การนอน

นอนชดเชยวันหยุดแล้ว ทำไมเช้าวันจันทร์ยังเหนื่อยอยู่?

วันทำงานมักเข้านอนดึกเพราะงานหรืองานบ้าน พอถึงวันหยุดจึงอยากนอนสบาย ๆ โดยไม่ตั้งนาฬิกาปลุก แต่คืนวันอาทิตย์กลับหลับยาก และเช้าวันจันทร์ก็ง่วงอีก เคยสงสัยไหมว่า “นอนไปตั้งเยอะ ทำไมยังเป็นแบบนี้?” การนอนนานขึ้นในวันหยุดช่วยชดเชยการนอนที่ขาดไปได้ แต่จำนวนชั่วโมงที่นอนกับเวลาที่เข้านอนและตื่นเป็นคนละเรื่องกัน ลองแยกสองเรื่องนี้เมื่อทบทวนความเหนื่อยในวันจันทร์

นอนชดเชยวันหยุดแล้ว ทำไมเช้าวันจันทร์ยังเหนื่อยอยู่?

ตอบสั้น ๆ ก่อน

แม้นอนนานขึ้นในวันหยุดแล้วจะง่วงน้อยลง ผลของการนอนไม่พอในวันทำงานก็อาจยังไม่หายไปทั้งหมด และหากเลื่อนเวลานอนและตื่นในวันหยุดออกไปมาก อาจหลับยากในคืนวันอาทิตย์และตื่นเช้าวันจันทร์ได้ลำบาก ควรทบทวนทั้งระยะเวลานอนในวันทำงานและการเปลี่ยนเวลานอนช่วงสุดสัปดาห์ร่วมกัน แทนที่จะลดการนอนในวันหยุดเพียงอย่างเดียว (Pejovic และคณะ, 2013; Taylor และคณะ, 2008)

ประเด็นสำคัญ

  • การนอนชดเชยในวันหยุดมีประโยชน์ได้ ไม่จำเป็นต้องมองว่าไม่มีประโยชน์ทุกกรณี
  • ความง่วงที่ลดลงไม่ได้หมายความว่าสมาธิและความสามารถอื่น ๆ ฟื้นตัวแล้วเสมอไป
  • แยก “นอนนานขึ้น” ออกจาก “เลื่อนเวลานอนและตื่นให้สายขึ้น”
  • อย่าเพิ่มการอดนอนด้วยการบังคับให้ตื่นเร็วขึ้นเฉพาะในวันหยุด
  • ทบทวนบันทึก Apple Watch และความรู้สึกจริงตั้งแต่วันทำงาน ผ่านวันหยุด จนถึงวันทำงานถัดไป

1. การนอนนานขึ้นในวันหยุดก็มีความหมาย

เมื่อได้ยินว่า “นอนชดเชยไปก็ไม่มีประโยชน์” คุณอาจรู้สึกว่าต้องตื่นเวลาเดิมเหมือนวันทำงานแม้ยังง่วงอยู่ แต่ไม่ได้แปลว่าการชดเชยการนอนที่ขาดไปนั้นสูญเปล่า

เอกสารฉันทามติของผู้เชี่ยวชาญจาก National Sleep Foundation สหรัฐฯ ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารวิชาการปี 2023 เน้นความสม่ำเสมอของเวลาเข้านอนและตื่น พร้อมระบุว่าการนอนชดเชยในวันหยุดอาจมีประโยชน์หากนอนไม่พอในวันทำงาน (Sletten และคณะ, 2023)

หากทุกสุดสัปดาห์ต้องนอนนานมากจึงจะตื่นไหว ก่อนคิดว่า “นอนมากเกินไปในวันหยุด” ลองดูว่ามีเวลาให้นอนเพียงพอในวันทำงานหรือไม่ กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่นก็ระบุว่าความจำเป็นต้องนอนนานในวันหยุดเป็นเบาะแสให้ทบทวนการนอนไม่พอในวันทำงาน (คู่มือการนอนเพื่อส่งเสริมสุขภาพ 2023 ของกระทรวงฯ)

งาน การเดินทาง การเลี้ยงลูก หรือการดูแลคนในครอบครัวอาจทำให้เพิ่มเวลานอนไม่ได้ตามต้องการ การต้องการพักในวันหยุดไม่ได้แปลว่าคุณขาดความตั้งใจ

2. “หายง่วง” กับ “ฟื้นตัวเต็มที่” ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

หลังนอนนานในวันหยุด ร่างกายอาจรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย นั่นเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ แต่ความเร็วในการฟื้นตัวอาจต่างกันตามสิ่งที่วัด

งานวิจัยปี 2013 ให้ผู้ใหญ่ตอนต้นสุขภาพดี 30 คนลดเวลาที่อนุญาตให้อยู่บนเตียงจากคืนละ 8 ชั่วโมงเหลือ 6 ชั่วโมงเป็นเวลา 6 คืน จากนั้นจัดเวลาให้คืนละ 10 ชั่วโมง โดยประเมินการฟื้นตัวหลังผ่านคืนที่มีเวลานอนยาวขึ้น 2 คืน ตัวเลข 10 ชั่วโมงนี้คือเวลาที่จัดไว้ให้นอน ไม่ใช่ระยะเวลาที่หลับจริง (Pejovic และคณะ, 2013)

ผลพบว่าความง่วงตอนกลางวันดีขึ้น แต่ในการทดสอบที่ต้องคอยตอบสนองต่อสัญญาณบนหน้าจอ จำนวนครั้งที่ตอบสนองช้ายังมากกว่าก่อนลดเวลานอน

นี่เป็นการทดลองระยะสั้นในคนหนุ่มสาวสุขภาพดีและไม่มีกลุ่มควบคุมแยกต่างหาก จึงบอกไม่ได้ว่าทุกคนต้องใช้เวลากี่วันจึงฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม งานนี้ช่วยเตือนว่าความง่วงที่ลดลงอย่างเดียวไม่พอที่จะสรุปว่าผลของการนอนไม่พอหายไปทั้งหมดแล้ว

3. นอนนานขึ้นกับนอนและตื่นสายขึ้นเป็นคนละเรื่อง

หากไม่นับการตื่นระหว่างคืนและปัจจัยอื่น ตัวอย่างสองแบบต่อไปนี้ต่างก็เป็นการนอน 9 ชั่วโมง

แบบแรกคือหลับเวลา 23.00 น. และตื่นเวลา 08.00 น.

แบบที่สองคือหลับเวลา 02.00 น. และตื่นเวลา 11.00 น.

ระยะเวลาเท่ากัน แต่ช่วงเวลาของวันต่างกัน นี่เป็นเพียงตัวอย่างเพื่ออธิบายความต่างของเวลา ไม่ใช่คำแนะนำให้ทุกคนนอน 9 ชั่วโมงหรือเข้านอนเวลา 23.00 น.

ในงานวิจัย ความต่างของ “จุดกึ่งกลางช่วงนอน” ระหว่างวันที่ต้องทำงานหรือเรียนกับวันที่ไม่มีตารางบังคับ ใช้เป็นตัวชี้วัดภาวะเวลานอนคลาดเคลื่อนทางสังคม หรือ social jetlag (Wittmann และคณะ, 2006)

ตัวอย่างเช่น การนอนเที่ยงคืนถึง 07.00 น. มีจุดกึ่งกลางที่ 03.30 น. ส่วนการนอน 02.00–11.00 น. มีจุดกึ่งกลางที่ 06.30 น. ในตัวอย่างนี้นอนนานขึ้น 2 ชั่วโมง และจุดกึ่งกลางเลื่อนออกไป 3 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม ความต่างนี้คำนวณจากเวลานอนในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่ผลการวัดว่า “นาฬิกาชีวิตเลื่อนออกไป 3 ชั่วโมงพอดี” การนอนชดเชยให้นานขึ้นกับการเลื่อนของนาฬิกาชีวิตจึงไม่ได้มีความหมายเดียวกัน

4. การหลับยากคืนวันอาทิตย์อาจส่งต่อถึงวันจันทร์

“วันหยุดนอนได้นาน แต่คืนวันอาทิตย์กลับไม่ง่วง” หากเป็นแบบนี้ ลองดูด้วยว่าตื่นกี่โมงในวันเสาร์และวันอาทิตย์

การทดลองขนาดเล็กปี 2008 ในผู้เข้าร่วม 16 คนเปรียบเทียบการตื่นเวลาเดิมในวันหยุดกับการตื่นสายในเช้าวันหยุด 2 วัน โดยเงื่อนไขตื่นสายมีเวลาตื่นช้าลงเฉลี่ยประมาณ 3 ชั่วโมง พบว่าเวลาเริ่มหลั่งเมลาโทนินซึ่งใช้บ่งชี้จังหวะนาฬิกาชีวิตเลื่อนออกไป และผู้เข้าร่วมรายงานความง่วงและความล้ามากขึ้นในวันจันทร์และอังคาร (Taylor และคณะ, 2008)

เพราะเป็นการทดลองในคนจำนวนน้อย จึงสรุปไม่ได้ว่าทุกคนที่ตื่นสายจะรู้สึกแย่ในวันจันทร์ แต่เป็นเหตุผลให้มองทั้งเวลานอนรวมในวันหยุด การหลับได้ในคืนวันอาทิตย์ และเวลาที่เหลือให้นอนก่อนต้องตื่นวันจันทร์

ความเหนื่อยวันจันทร์อาจมีความกังวลเรื่องงาน แอลกอฮอล์ หรือสุขภาพร่วมด้วย อย่าตัดสินว่าการนอนชดเชยเป็นสาเหตุเดียว ลองทบทวนเหตุการณ์อื่นที่นึกถึงไปด้วย

5. วันหยุดควรนอนเพิ่มได้มากแค่ไหน?

ไม่มีขีดจำกัดเดียวที่เหมาะกับทุกคน เพราะขึ้นกับว่าขาดการนอนในวันทำงานมากเท่าไร ต้องการนอนเท่าไร และมีตารางชีวิตอย่างไร

เอกสารฉันทามติปี 2023 ที่กล่าวถึงข้างต้นยกการนอนเพิ่มประมาณ 1–2 ชั่วโมงในวันหยุด หรือการงีบเมื่อทำได้ เป็นวิธีชดเชยเมื่อมีการนอนไม่พอในวันทำงาน นี่เป็นแนวทางจากผู้เชี่ยวชาญที่ทบทวนงานวิจัย ไม่ใช่ผลทดลองที่ยืนยันระยะเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับทุกคน (Sletten และคณะ, 2023)

1–2 ชั่วโมงในที่นี้หมายถึงระยะเวลานอนที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้หมายความว่าต้องเลื่อนเวลาตื่นให้สายขึ้น 1–2 ชั่วโมงเสมอ และไม่ได้เป็นเส้นแบ่งที่เกิน 2 ชั่วโมงแล้วจะอันตรายทันที

ไม่จำเป็นต้องตัดเวลานอนที่ขาดอยู่แล้วลงอีกเพียงเพื่อ “ตื่นเวลาเดิมให้ได้” ควรให้ตัวเองได้พักในวันหยุด พร้อมหาสิ่งที่พอเปลี่ยนได้เพื่อไม่ให้ขาดการนอนซ้ำในสัปดาห์ถัดไป

6. สี่สิ่งที่ลองทำได้ก่อนถึงสุดสัปดาห์หน้า

  1. เผื่อเวลาในคืนวันทำงานสักเล็กน้อย

    เลือกกิจกรรมช่วงค่ำสักหนึ่งอย่างแล้วดูว่าย้ายไปทำเวลาอื่นได้ไหม เช่น เตรียมของสำหรับวันรุ่งขึ้นให้เร็วขึ้นและเลื่อนกิจวัตรกลางคืนให้เร็วขึ้น 30 นาที นี่เป็นเพียงตัวอย่าง ไม่ใช่เกณฑ์ว่าเพิ่ม 30 นาทีแล้วจะชดเชยการนอนที่ขาดได้ทั้งหมด

  2. อย่าเพิ่มการนอนดึกในคืนก่อนวันหยุด

    ลองสังเกตว่าคิดว่า “พรุ่งนี้ตื่นสายได้” แล้วอยู่ดึกกว่าปกติหรือไม่ ถ้าเริ่มง่วง ให้ใช้เวลานั้นพักผ่อน แต่ไม่จำเป็นต้องฝืนนอนบนเตียงทั้งที่ยังไม่ง่วงเพียงเพื่อให้เข้านอนเร็ว

  3. รับแสงธรรมชาติหลังตื่น

    สร้างกิจวัตรหลังตื่น เช่น เปิดม่านหรือออกไปข้างนอกหากมีเวลา กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่นแนะนำให้รับแสงแดดตอนเช้าและหลีกเลี่ยงสภาพแวดล้อมที่สว่างเกินไปตอนกลางคืนเพื่อช่วยเรื่องการนอน

  4. อย่าอัดกิจกรรมไว้ในคืนวันอาทิตย์มากเกินไป

    พยายามไม่ทิ้งการเตรียมตัวสำหรับสัปดาห์ใหม่ไว้จนดึก และดูว่ามีเวลานอนก่อนตื่นวันจันทร์เพียงพอหรือไม่ หากคืนไหนหลับยาก แค่จดสิ่งที่ต่างจากปกติสักอย่างก็พอ ไม่ต้องโทษตัวเอง

7. ใช้ Apple Watch และ Feelmo มองตลอดทั้งสัปดาห์

หากดูเฉพาะการนอนวันหยุด อาจรู้สึกว่า “นอนเยอะแล้ว น่าจะพอ” ถ้าเป็นไปได้ ลองดูต่อเนื่องตั้งแต่วันทำงานก่อนหน้า ผ่านวันหยุด ไปจนถึงวันทำงานถัดไป

หากจะบันทึก เริ่มจากสามอย่างนี้ก็พอ

ระยะเวลา: เวลาที่รู้สึกว่าหลับจริง หรือระยะเวลานอนที่อุปกรณ์ประมาณไว้

เวลา: ช่วงที่เริ่มหลับและเวลาตื่น หากไม่ทราบ ให้จดเวลาเข้านอนและระบุให้ชัดว่าเป็นเวลาที่ขึ้นเตียง

ความรู้สึก: ความรู้สึกว่าได้พักในตอนเช้าและความง่วงระหว่างวัน

แม้ใช้บันทึก Apple Watch ระยะเวลานอนก็ยังเป็นค่าประมาณ คะแนนการนอนหรือ HRV ไม่สามารถบอกตรง ๆ ว่า “ต้องนอนอีกกี่ชั่วโมงจึงชดเชยได้” หรือ “นาฬิกาชีวิตเลื่อนไปกี่ชั่วโมง” (คู่มือการนอนของ Feelmo)

บันทึกสั้น ๆ ใน Feelmo ช่วยเพิ่มบริบทของชีวิต เช่น “วันอาทิตย์ตื่น 11 โมง” “กลางคืนไม่ค่อยง่วง” หรือ “เที่ยงวันจันทร์ยังง่วง” จะใช้กระดาษหรือแอปจดบันทึกที่ใช้ประจำก็ได้ (คู่มือบันทึกความรู้สึกของ Feelmo)

การบันทึกประมาณ 1–2 สัปดาห์เป็นเพียงตัวอย่างสำหรับดูแนวโน้มของตัวเองข้ามช่วงสุดสัปดาห์ ไม่ใช่การตรวจหาสาเหตุ และไม่จำเป็นต้องบันทึกครบถ้วนสวยงามทุกวัน

8. เมื่อนอนวันหยุดแล้วก็ยังรู้สึกไม่ดีต่อเนื่อง

หากมีเวลาให้นอนพอแต่ยังไม่รู้สึกได้พัก ง่วงมากตอนกลางวัน หรือมีคนสังเกตว่ากรนดังหรือหยุดหายใจขณะนอน และเป็นต่อเนื่อง ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ แทนที่จะพยายามแก้ด้วยวิธีนอนชดเชยอย่างเดียว (ข้อมูลการนอนของกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่น)

หากง่วงจนกระทบงาน งานบ้าน หรือการขับรถ ไม่ต้องรอให้บันทึกครบก่อนขอความช่วยเหลือ อย่าฝืนขับรถเมื่อมีความง่วงมาก ควรหยุดพักในที่ปลอดภัย

แหล่งอ้างอิง

  1. Pejovic S, et al. (2013). Effects of recovery sleep after one work week of mild sleep restriction on interleukin-6 and cortisol secretion and daytime sleepiness and performanceAmerican Journal of Physiology-Endocrinology and Metabolism, 305(7), E890–E896. DOI: 10.1152/ajpendo.00301.2013
  2. Wittmann M, Dinich J, Merrow M, Roenneberg T. (2006). Social jetlag: misalignment of biological and social timeChronobiology International, 23(1–2), 497–509. DOI: 10.1080/07420520500545979
  3. Taylor A, Wright HR, Lack LC. (2008). Sleeping-in on the weekend delays circadian phase and increases sleepiness the following weekSleep and Biological Rhythms, 6(3), 172–179. DOI: 10.1111/j.1479-8425.2008.00356.x
  4. Sletten TL, et al. (2023). The importance of sleep regularity: a consensus statement of the National Sleep Foundation sleep timing and variability panelSleep Health, 9(6), 801–820. DOI: 10.1016/j.sleh.2023.07.016
  5. คู่มือการนอนเพื่อส่งเสริมสุขภาพ 2023กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่น
  6. นอนแล้วไม่หายเหนื่อย? ลองตรวจคุณภาพการนอนของคุณกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่น
นอนชดเชยวันหยุดแล้ว ทำไมเช้าวันจันทร์ยังเหนื่อยอยู่? | Feelmo